เทคนิค · 6 min read

ร้อยไหมเทคนิค Vertical Lift 90° คืออะไร?

เวลาเลือกร้อยไหม คนส่วนใหญ่มักถามถึง “ชนิดไหม” หรือ “จำนวนเส้น” ก่อน แต่สิ่งที่กำหนดผลลัพธ์จริง ๆ คือ ทิศทางการดึงและชั้นผิวที่ไหมทำงาน นี่คือที่มาของเทคนิค Vertical Lift 90° ซึ่งคิดค้นโดยหมอเก่ง นพ.ภาคภูมิ ตั้งดำรงธรรม

สรุปสั้น ๆ
  • Vertical Lift 90° คือการดึงเนื้อเยื่อขึ้น แนวดิ่ง 90° สวนแรงโน้มถ่วงโดยตรง ไม่ดึงเฉียงออกข้าง
  • หัวใจคือการ ย้ายไขมันที่ตกหย่อนกลับที่เดิม (Fat Repositioning) โดยไม่ต้องพึ่งฟิลเลอร์
  • ยึดไหมลึกถึง ชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า ผลจึงดูเป็นธรรมชาติ
  • ผลต่อรูปหน้า: ยกกระชับทั่วใบหน้าโดย ไม่ทำให้หน้าบาน

ร้อยไหมทั่วไปทำงานอย่างไร — และทำไมบางเคสยังไม่ยกเท่าที่หวัง

การร้อยไหมโดยทั่วไปมักวางไหมในทิศ เฉียงออกด้านข้าง และทำงานที่ชั้นไขมันตื้น (Superficial Fat) เป็นหลัก วิธีนี้ให้แรงยกแบบนุ่มนวล (Soft Lift) ซึ่งเห็นผลในระดับหนึ่ง แต่มีข้อจำกัดที่หลายคนพบเจอ:

  • เมื่อดึงเฉียงออกข้าง แรงดึงบางส่วนไม่ได้สวนกับแรงโน้มถ่วงโดยตรง การยกจึงไม่เต็มที่
  • การดึงออกข้างอาจทำให้ โหนกแก้มดูเด่นขึ้นหรือหน้าดูกว้าง ในบางโครงหน้า
  • ไม่ได้ย้ายมวลไขมันที่ตกหย่อนกลับที่ จึงมักต้องเติมฟิลเลอร์เพิ่มเพื่อกลบร่อง

นี่คือเหตุผลที่บางคน “เคยร้อยไหมมาแล้วแต่รู้สึกว่ายังไม่ยกเหมือนที่หวัง” — ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวไหม แต่อยู่ที่ ทิศทางและชั้นที่ไหมทำงาน

Vertical Lift 90° คืออะไร

Vertical Lift 90° คือเทคนิคร้อยไหมที่ออกแบบให้ดึงเนื้อเยื่อขึ้นใน แนวดิ่ง 90° สวนทางแรงโน้มถ่วงโดยตรง แทนการดึงเฉียงออกข้าง โดยใช้ไหมชนิดเดียวกับที่ใช้กันทั่วไป (เช่น ไหม PDO อย่าง MINT™ หรือ K2+) แต่ต่างกันที่ หลักการวางและทิศทางการยก ซึ่งทำให้แรงยก ชั้นผิวที่ทำงาน และผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกันอย่างชัดเจน

เทคนิคนี้ทำงานหลายชั้น (Multi-layer) ไปจนถึงชั้น SMAS พร้อมกับการจัดตำแหน่งไขมันใหม่ จึงให้ผลลัพธ์แบบ Full Face Lift ที่ใกล้เคียงการผ่าตัดมากขึ้น โดยยังคงความเป็นธรรมชาติ

5 เสาหลักของเทคนิค Vertical Lift 90°

  1. 01
    Vertical Vector — ดึงแนวดิ่ง 90°
    ดึงยกผิวขึ้นในแนวดิ่งขนานกับโครงสร้างใบหน้า ไม่ดึงเฉียงออกด้านข้าง เพื่อไม่ให้โหนกแก้มดูใหญ่หรือหน้าดูกว้างขึ้น
  2. 02
    Fat Repositioning — ย้ายไขมันกลับที่
    ย้ายมวลไขมันที่ตกหย่อนกลับสู่ตำแหน่งกายวิภาคที่ถูกต้อง ใช้เนื้อเยื่อของตัวเองเติมร่องใต้ตา โดยไม่ต้องพึ่งฟิลเลอร์
  3. 03
    Ligament Unloading — คลายเอ็นยึดผิว
    ลดแรงกดทับบนเอ็นยึดผิว (Zygomatic Cutaneous Ligament) ช่วยคลี่รอยพับและร่องลึกกลางแก้ม (Indian Line) ให้เรียบเนียนขึ้น
  4. 04
    Deep Anchorage — ล็อคชั้น SMAS
    ยึดไหมเข้าชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า ผลลัพธ์จึงอยู่ได้นานและดูละมุน ไม่ตึงฝืนธรรมชาติ
  5. 05
    Lower Face Contouring — กรอบหน้าคมชัด
    ยกกระเปาะแก้ม (Jowl Fat) ขึ้นในแนวดิ่ง ช่วยให้กรอบหน้าคมชัด ร่องน้ำหมากจางลง และรูปหน้าเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

Vertical Lift 90° แก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้ตรงจุดอย่างไร

เพราะทำงานที่ “ต้นเหตุ” ของความหย่อนคล้อย — คือมวลไขมันที่ตกลงมาและเอ็นยึดผิวที่ถูกกดทับ ไม่ใช่แค่ดึงผิวให้ตึง — เทคนิคนี้จึงแก้ได้หลายปัญหาในครั้งเดียว:

ร่องใต้ตาและเส้นหนวดแมว (Indian Line)

ร่องใต้ตาที่ลึกและ “เส้นหนวดแมว” ไม่ได้เกิดจากผิวเหี่ยว แต่เกิดจากไขมันแก้มส่วนบนที่หย่อนลงมากดทับเอ็นยึดผิว (Zygomatic Cutaneous Ligament) เทคนิคนี้ “ยก” ไขมันกลับขึ้นไปเติมร่องใต้ตาด้วยเนื้อเยื่อของตัวเอง ทำให้รอยต่อระหว่างหนังตาและแก้ม (Lid-Cheek Junction) เชื่อมต่อกันเรียบเนียน โดยไม่ต้องพึ่งฟิลเลอร์ปริมาณมาก

ร่องแก้ม

แทนที่จะฉีดฟิลเลอร์ “กลบ” ร่องจนเสี่ยงหน้าบวมเป็นก้อน (Pillow Face) เทคนิคนี้จะยกมวลไขมันที่กดทับร่องแก้มออกไปในทิศทางตรงข้ามกับที่มันตกลงมา จึงเป็นการแก้ร่องแก้มจากต้นเหตุ

หน้าไม่บานออกด้านข้าง

เพราะดึงในแนวตั้ง 90° ขนานกับใบหน้า ไม่ดึงเฉียงออกด้านข้าง เนื้อจึงไม่ไปกองที่โหนกแก้ม (Bizygomatic Width) หน้าจึงดูเรียวเป็น V-Shape อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่กว้างขึ้น

กรอบหน้าและกระเปาะแก้ม

ยกไขมันช่วงกราม (Jowl Fat) ที่หย่อนคล้อยพาดผ่านขอบขากรรไกรกลับขึ้นด้านบน เผยแนวกรอบหน้าที่คมชัด (Jawline) และช่วยเติมร่องลึกข้างคาง (Pre-jowl Sulcus) ให้ดูเรียบเนียนขึ้น โดยไม่ต้องอัดฟิลเลอร์จำนวนมาก

Vertical Lift 90° ต่างจากร้อยไหมทั่วไปอย่างไร

ใช้ไหมชนิดเดียวกัน แต่ ทิศทางการดึง ชั้นผิวที่ทำงาน และผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกัน ดังนี้:

ร้อยไหมทั่วไปVertical Lift 90°
การออกแบบใบหน้าStandard pattern — วางตามแนวมาตรฐาน
ทิศทางการดึงไหมเฉียง / ออกข้าง
ผลต่อโหนกแก้มเด่นขึ้น / หน้าดูกว้าง
การย้ายไขมัน (ร่องแก้ม-ใต้ตา)ไม่ย้าย มักต้องเติมฟิลเลอร์เพิ่ม
ชั้นผิวที่ร้อยชั้นตื้นอย่างเดียว
แรงยกปานกลาง ★★
ผลลัพธ์การยกหน้าSoft Lift — ผิวแน่นขึ้น
ความชำนาญที่ใช้เทคนิคมาตรฐาน

ทำไม “เทคนิคและมือหมอ” สำคัญกว่าชนิดไหมหรือจำนวนเส้น

ไหมเป็นเพียง “เครื่องมือ” — สิ่งที่กำหนดว่าใบหน้าจะยกขึ้นในทิศไหน ลึกแค่ไหน และดูเป็นธรรมชาติหรือไม่ คือ การออกแบบเวกเตอร์การดึงและความแม่นยำของมือแพทย์ ร้อยไหมที่ใช้ไหมยี่ห้อเดียวกันและจำนวนเส้นเท่ากัน จึงให้ผลต่างกันได้มาก ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ออกแบบและลงมือทำ

ที่ Sylva Clinic ทุกเคสได้รับการออกแบบเฉพาะบุคคลและดูแลโดยหมอเก่งด้วยตัวเอง พร้อมขั้นตอน Half-Face Check คือการเปรียบเทียบผลครึ่งหน้าระหว่างทำหัตถการ เพื่อให้มั่นใจในความสมมาตรของผลลัพธ์ทุกเคส

ใครเหมาะกับการร้อยไหมด้วย Vertical Lift 90°

  • มีร่องแก้มลึก ใต้ตาทรุด หรือกระเปาะแก้มหย่อนคล้อย
  • กรอบหน้าไม่ชัด มีไขมันสะสมใต้คาง หรือหางตา-หางคิ้วตก
  • เคยร้อยไหมหรือยกกระชับด้วยเครื่องมาแล้ว แต่ยังไม่เห็นผลตามที่ต้องการ
  • อยากยกกระชับใบหน้าโดยไม่ผ่าตัด และต้องการผลที่ดูเป็นธรรมชาติ

เนื่องจากใบหน้าแต่ละคนมีโครงสร้างต่างกัน การประเมินโดยแพทย์เป็นรายบุคคลก่อนทำหัตถการจึงสำคัญที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

ร้อยไหมเทคนิค Vertical Lift 90° คืออะไร?

คือเทคนิคร้อยไหมที่ดึงเนื้อเยื่อขึ้นในแนวดิ่ง 90° สวนแรงโน้มถ่วงโดยตรง พร้อมย้ายไขมันที่ตกหย่อนกลับที่ (Fat Repositioning) และยึดไหมเข้าชั้น SMAS คิดค้นโดยหมอเก่ง นพ.ภาคภูมิ ตั้งดำรงธรรม

ต่างจากร้อยไหมทั่วไปอย่างไร?

ร้อยไหมทั่วไปดึงเฉียงออกข้างและทำงานชั้นไขมันตื้น ส่วน Vertical Lift 90° ดึงแนวตั้ง 90° ทำงานหลายชั้นถึง SMAS พร้อมย้ายไขมันกลับที่ ผลจึงยกกระชับได้ใกล้เคียงการผ่าตัดโดยรูปหน้าไม่บาน

เห็นผลและดูแลตัวเองอย่างไร?

สามารถดูผลลัพธ์ก่อน-หลังจากเคสจริงได้ที่หน้า รีวิวร้อยไหม และสอบถามการดูแลตัวเองเฉพาะเคสได้โดยตรงกับทีมแพทย์

อ่านต่อ
— ปรึกษาหมอเก่ง

อยากรู้ว่าหน้าคุณ เหมาะกับเทคนิคนี้ไหม?

ทักไลน์เพื่อประเมินเคสเบื้องต้นและนัดหมายปรึกษาแพทย์