หน้าแรก/บทความ/ร้อยไหมเทคนิคจีน
เทคนิค · 7 min read

ร้อยไหมเทคนิคจีน เน้นยก Mid-face สำหรับร่องแก้ม ใต้ตา และแก้มหย่อน

ช่วงหลังหลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “ร้อยไหมเทคนิคจีน” กันบ่อยขึ้น โดยเฉพาะเวลาพูดถึงปัญหาร่องแก้ม Indian Line หรือใต้ตาที่ดูลึกขึ้นจากความหย่อนของ Mid-face

จริง ๆ แล้วคำว่าเทคนิคจีนไม่ได้หมายถึงชนิดของไหม แต่หมายถึง แนวทางในการวางแผนการยก ว่าจะยกเนื้อเยื่อบริเวณไหน ยกในทิศทางใด และวางไหมในชั้นไหนของใบหน้า

จุดเด่นของเทคนิคนี้คือการเน้นยกบริเวณ Mid-face เป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจากการร้อยไหมทั่วไปที่มักเน้นยกเฉพาะจุด

ส่วนเทคนิค Vertical Lift 90° จะขยายการยกให้ครอบคลุมทั้ง Mid-face และ Lower face พร้อมออกแบบแรงยกในหลายชั้นของใบหน้า เพื่อให้ทั้งช่วงกลางและช่วงล่างของหน้าดูกระชับขึ้นพร้อมกัน

บทความนี้คุณหมอจะอธิบายให้เห็นภาพว่าแต่ละแนวทางต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน

สรุปสั้น ๆ
  • ร้อยไหมเทคนิคจีน (Midface Lift) เน้นยกเนื้อเยื่อบริเวณ Mid-face เป็นหลัก
  • เมื่อ Mid-face ถูกยกขึ้น ร่องแก้ม · Indian Line · ใต้ตาที่ดูลึก และแก้มที่ดูตก อาจดูดีขึ้นตามไปด้วย
  • ต่างจากร้อยไหมทั่วไปที่ยกเฉพาะจุดและวางไหมชั้นตื้น เทคนิคจีนยกเป็นบริเวณกว้างและวางไหมหลายชั้นกว่า
  • ข้อจำกัด: เน้น Mid-face เป็นหลัก จึงไม่ครอบคลุม Lower face เช่น กระเปาะแก้ม เหนียง หรือกรอบหน้า
  • Vertical Lift 90° ของ Sylva Clinic พัฒนาต่อจากแนวคิดนี้ ให้ครอบคลุมทั้ง Mid-face และ Lower face โดยเน้นแรงยกขึ้นในแนวตั้ง

ร้อยไหมเทคนิคจีน คืออะไร?

ร้อยไหมเทคนิคจีน หรือที่มักเรียกกันว่า Midface Lift เป็นแนวทางการร้อยไหมที่เน้นยกเนื้อเยื่อบริเวณ Mid-face เป็นหลัก

เมื่อ Mid-face เริ่มหย่อน มักทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างพร้อมกัน เช่น

  • ร่องแก้มลึกขึ้น
  • Indian Line ชัดขึ้น
  • ใต้ตาดูลึกหรือหวำมากขึ้น
  • แก้มดูตกลง
  • ช่วงกลางหน้าดูไม่กระชับเหมือนเดิม

การยก Mid-face ขึ้นจึงช่วยได้มากกว่าการยกเฉพาะแก้ม เพราะเมื่อเนื้อเยื่อถูกพยุงขึ้น ร่องแก้ม Indian Line และบริเวณใต้ตาที่สัมพันธ์กับความหย่อนของ Mid-face อาจดูดีขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ถ้าร่องหรือใต้ตาลึกจากโครงสร้างกระดูกที่ยุบ หรือมีการขาดปริมาตรร่วมด้วย การร้อยไหมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และคุณหมออาจพิจารณาฟิลเลอร์หรือวิธีอื่นร่วมกัน

ร้อยไหมเทคนิคจีน ต่างจากร้อยไหมทั่วไปอย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่ ขอบเขตการยก ชั้นในการวางไหม และแรงยก

ร้อยไหมทั่วไปมักเน้นยกเฉพาะบริเวณที่มีปัญหา และมักวางไหมในชั้นค่อนข้างตื้น จึงช่วยเรื่องความกระชับเฉพาะจุดได้ดี

ส่วนเทคนิคจีนจะเน้นการยก Mid-face เป็นบริเวณกว้างขึ้น และวางไหมหลายชั้นมากกว่า เพื่อเพิ่มแรงพยุงและยกเนื้อเยื่อได้มากขึ้น

จึงมักช่วยเรื่องปัญหาที่สัมพันธ์กับความหย่อนของ Mid-face เช่น ร่องแก้ม Indian Line และใต้ตา ได้เด่นกว่าการร้อยไหมทั่วไป

ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าการร้อยไหมทั่วไปไม่ดี ถ้าคนไข้มีความหย่อนเพียงเล็กน้อยหรือมีปัญหาเฉพาะจุด การยกเฉพาะบริเวณก็อาจเพียงพอแล้ว

จุดเด่นของการร้อยไหมเทคนิคจีนคืออะไร?

จุดเด่นของเทคนิคจีนคือการให้ความสำคัญกับ แรงยกของ Mid-face มากกว่าการร้อยเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนเพียงอย่างเดียว

เมื่อ Mid-face ถูกยกขึ้น อาจช่วยให้

  • แก้มที่ดูตกกระชับขึ้น
  • ร่องแก้มดูตื้นขึ้น
  • Indian Line ดูดีขึ้น
  • ใต้ตาดูลึกหรือหวำน้อยลง
  • ช่วงกลางหน้าดูกระชับขึ้น

แต่เทคนิคจีนจะเน้นบริเวณ Mid-face เป็นหลัก จึงไม่ได้เน้นการแก้ปัญหา Lower face เช่น กระเปาะแก้ม เหนียง หรือกรอบหน้าเท่ากับเทคนิคที่ออกแบบมาครอบคลุมทั้งใบหน้า

Vertical Lift 90° ต่างจากเทคนิคจีนอย่างไร?

ที่ Sylva Clinic คุณหมอพัฒนาแนวคิดการยกต่อจาก Mid-face ให้ครอบคลุมทั้ง Mid-face และ Lower face

สำหรับ เทคนิค Vertical Lift 90° คุณหมอจะประเมินทิศทางการหย่อนคล้อยของใบหน้า แล้วออกแบบการยกในหลายชั้น รวมถึงชั้น SMAS โดยเน้นแรงยกขึ้นในแนวตั้งมากกว่าการดึงออกด้านข้าง

เมื่อยกครอบคลุมหลายบริเวณ จะช่วยได้ทั้ง

  • Mid-face ที่หย่อน
  • ร่องแก้ม
  • Indian Line
  • ใต้ตาที่ดูลึกจากความหย่อน
  • กระเปาะแก้ม
  • กรอบหน้าไม่ชัด
  • ช่วงล่างของหน้าที่ดูใหญ่หรือหย่อนลง

จึงช่วยให้ทั้งช่วงกลางและช่วงล่างของหน้าดูกระชับและเรียวขึ้นพร้อมกัน โดยไม่ทำให้หน้าบานออกด้านข้าง

สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนเส้นไหมเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ ทิศทางการหย่อน ทิศทางที่ต้องการยก ตำแหน่ง และชั้นในการวางไหม ให้เหมาะกับโครงสร้างของแต่ละคน

เปรียบเทียบร้อยไหมทั่วไป เทคนิคจีน และ Vertical Lift 90°

ร้อยไหมทั่วไปเทคนิคจีนVertical Lift 90°
บริเวณหลักเฉพาะจุดMid-face
ทิศทางการยกตามตำแหน่งที่ร้อยยก Mid-face
ผลต่อรูปหน้ายกเฉพาะจุดช่วงกลางหน้ากระชับขึ้น
กรอบหน้า / กระเปาะแก้มช่วยได้บางส่วนไม่ใช่จุดเด่นหลัก
ร่องแก้ม / Indian Line / ใต้ตาไม่ใช่จุดที่ช่วยได้เด่นช่วยได้เด่นจากการยก Mid-face
ชั้นในการยกชั้นตื้นหลายชั้น
แรงยก★★★★★★

ตารางนี้เป็นภาพรวมของแนวคิดในการร้อยไหมแต่ละแบบ ไม่ได้หมายความว่าวิธีที่ให้แรงยกมากกว่าจะเหมาะกับทุกคนเสมอไป

หากความหย่อนยังไม่มาก การร้อยไหมเฉพาะจุดก็อาจเพียงพอ แต่หากมีความหย่อนหลายบริเวณ การวางแผนยกที่ครอบคลุมมากขึ้นมักตอบโจทย์กว่า

ควรเลือกเทคนิคแบบไหนดี?

ถ้าปัญหาหลักอยู่ที่ Mid-face เช่น ร่องแก้ม Indian Line หรือใต้ตาที่ดูลึกขึ้นจากความหย่อน เทคนิคที่เน้น Mid-face อาจเหมาะกับปัญหามากกว่า

ถ้ามีทั้ง Mid-face และ Lower face หย่อนร่วมกัน เช่น มีกระเปาะแก้ม มีเหนียง หรือกรอบหน้าไม่ชัด การยกที่ครอบคลุมทั้งสองบริเวณจะช่วยแก้ปัญหาได้มากกว่า

แต่ถ้ามีความหย่อนเพียงเล็กน้อยหรือมีปัญหาเฉพาะจุด ก็ไม่จำเป็นต้องเลือกเทคนิคที่ให้แรงยกมากที่สุดเสมอไป

และถ้าร่องหรือใต้ตาที่กังวลมีเรื่องของโครงสร้างกระดูกยุบหรือการขาดปริมาตรร่วมด้วย คุณหมออาจพิจารณาฟิลเลอร์หรือวิธีอื่นร่วมกัน

ดังนั้น สิ่งสำคัญไม่ใช่การเลือกจากชื่อเทคนิค แต่คือการประเมินว่า ความหย่อนอยู่บริเวณไหน มีมากแค่ไหน และต้องการยกในชั้นใด

คำถามที่พบบ่อย

ร้อยไหมเทคนิคจีน คืออะไร?

เป็นแนวทางการร้อยไหมที่เน้นยกบริเวณ Mid-face เป็นหลัก และมักวางไหมหลายชั้นเพื่อให้มีแรงยกมากขึ้น

จึงเหมาะกับปัญหาที่สัมพันธ์กับความหย่อนของ Mid-face เช่น ร่องแก้ม Indian Line และใต้ตาที่ดูลึกขึ้นจากความหย่อน

ร้อยไหมเทคนิคจีนต่างจากร้อยไหมทั่วไปอย่างไร?

ร้อยไหมทั่วไปมักเน้นยกเฉพาะจุดและวางไหมในชั้นตื้นกว่า

ส่วนเทคนิคจีนจะเน้นการยก Mid-face เป็นบริเวณกว้าง และทำงานหลายชั้นมากกว่า จึงให้แรงพยุงและแรงยกมากขึ้น

Vertical Lift 90° ต่างจากเทคนิคจีนอย่างไร?

เทคนิคจีนเน้น Mid-face เป็นหลัก

ส่วน Vertical Lift 90° ออกแบบการยกให้ครอบคลุมทั้ง Mid-face และ Lower face และวางแผนการยกหลายชั้น รวมถึงชั้น SMAS โดยเน้นแรงยกขึ้นในแนวตั้ง

จึงช่วยได้ทั้งปัญหาช่วงกลางหน้า กระเปาะแก้ม และกรอบหน้าในแผนเดียวกัน

ร้อยไหมเทคนิคจีนช่วยร่องแก้มและใต้ตาได้ไหม?

ช่วยได้ในเคสที่ปัญหาเกิดจากความหย่อนของ Mid-face

แต่หากมีโครงสร้างกระดูกยุบ หรือมีการขาดปริมาตรร่วมด้วย การยกอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และอาจต้องใช้ฟิลเลอร์หรือวิธีอื่นร่วมกัน

เทคนิคไหนให้แรงยกมากกว่า?

โดยภาพรวม ร้อยไหมทั่วไปมักให้แรงยกเฉพาะจุด ขณะที่เทคนิคจีนเน้นแรงยกของ Mid-face มากขึ้น

ส่วน Vertical Lift 90° ออกแบบให้มีแรงยกมากและครอบคลุมหลายบริเวณ รวมถึง Mid-face และ Lower face

อย่างไรก็ตาม เทคนิคที่ให้แรงยกมากที่สุดไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกคน คุณหมอจะเลือกตามระดับและตำแหน่งของความหย่อนเป็นหลัก

ผลลัพธ์จริงจากเคสของคลินิก

ภาพเคสจริงได้รับอนุญาตจากคนไข้แล้ว ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

อ่านต่อ
ปรึกษาหมอเก่ง

ไม่แน่ใจว่าความหย่อนของคุณ อยู่ตรงไหน?

ทักไลน์เพื่อส่งรูปให้ประเมินเบื้องต้น ว่าปัญหาหลักอยู่ที่ Mid-face ช่วงล่างของใบหน้า หรือทั้งสองส่วน