ผลลัพธ์และระยะเวลา
0ปัญหาแบบไหนเหมาะกับการร้อยไหม?
ร้อยไหมเป็นหัตถการที่ตอบโจทย์ปัญหาความหย่อนคล้อยได้หลากหลาย เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาดังนี้
- หน้าหย่อนคล้อยตามวัย — เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ไขมันและเนื้อเยื่อบนใบหน้าจะเคลื่อนตัวลงตามแรงโน้มถ่วง
- กระเปาะแก้มตก ร่องแก้มลึก ร่องน้ำหมากชัด — ร้อยไหมช่วยยกเนื้อเยื่อกลางหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อยขึ้น ทำให้ร่องดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ
- ใต้ตาดูลึกหรือหย่อนคล้อย — บางเคสใช้เทคนิคยกและจัดตำแหน่งไขมันบริเวณ Midface (Fat Repositioning) เพื่อเติมเต็มใต้ตาด้วยเนื้อเยื่อของตัวเอง โดยไม่ต้องใช้ฟิลเลอร์เพิ่ม
- หางตาและหางคิ้วตก — ช่วยยกให้ดูสดใสและอ่อนวัยขึ้น
- มีเหนียง หรือกรอบหน้าไม่ชัด — ช่วยยกกระชับใต้คาง ทำให้แนวกรามคมชัดขึ้น
- เคยทำเครื่องยกกระชับมาแล้ว — เช่น HIFU, Ultraformer, Oligio แต่ยังต้องการแรงยกเพิ่ม
- กังวลใบหน้าดูเต็มจากฟิลเลอร์ — ผู้ที่ไม่อยากให้หน้าดู Overfilled ร้อยไหมยกกระชับด้วยการจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อเดิมของตัวเอง
อ่านเพิ่มเติม: ร้อยไหมเทคนิค Vertical Lift 90° คืออะไร ต่างจากร้อยไหมทั่วไปอย่างไร
ร้อยไหมยกเหนียงหรือคางสองชั้นได้ไหม?
ได้ — ร้อยไหมช่วยจัดการเหนียงและคางสองชั้นที่เกิดจากความหย่อนคล้อยได้ตรงจุด โดยเฉพาะกรณีที่ไม่ได้เกิดจากไขมันสะสมเพียงอย่างเดียว
- สาเหตุของเหนียง — ส่วนใหญ่เกิดจากชั้นผิวและเนื้อเยื่อ (SMAS) ทรุดตัวลงตามแรงโน้มถ่วง ทำให้ไขมันเลื่อนลงมากองบริเวณใต้คางและกรอบหน้า การลดไขมันเพียงอย่างเดียวจึงไม่ช่วยให้กระชับขึ้น
- วิธีแก้ที่ตรงจุด — ใช้การร้อยไหมยกพยุงเนื้อเยื่อใต้คางและกรอบหน้าให้กลับเข้าที่ ช่วยให้แนวกราม (Jawline) คมชัดและเหนียงเรียบขึ้น
- ข้อควรปฏิบัติ — หลังทำควรงดก้มหน้าให้คางชิดอกในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันเส้นไหมเคลื่อน
อ่านเจาะลึก: ร้อยไหมกรอบหน้า · ยกเหนียง — แก้คางสองชั้นและกรอบหน้าไม่ชัดอย่างไร
ร้อยไหมเห็นผลตอนไหน เห็นผลทันทีเลยไหม?
เห็นการยกกระชับได้ทันทีหลังทำ แต่ผลลัพธ์จะเข้าที่สมบูรณ์หลังอาการบวมยุบลงตามระยะเวลา
- ทันทีหลังทำ — เห็นการยกกระชับและกรอบหน้าที่คมชัดขึ้นได้ตั้งแต่อยู่บนเตียง เพราะแรงดึงของเส้นไหมจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อใหม่ทันที
- 1 – 2 สัปดาห์ — อาการบวมยุบลง ใบหน้าเข้าที่อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น
- ระยะยาว — คอลลาเจนที่ถูกกระตุ้นรอบเส้นไหมจะค่อย ๆ สร้างขึ้น ช่วยพยุงผิวให้กระชับต่อเนื่อง
แม้เห็นผลทันที แต่หากมีงานสำคัญ แนะนำให้เผื่อเวลาก่อนวันงานประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้อาการบวมยุบและใบหน้าเข้าที่เต็มที่
อ่านเจาะลึก: ร้อยไหมกี่วันเข้าที่ — บวมกี่วัน พักฟื้นกี่วัน พร้อม Timeline หลังทำ
ผลลัพธ์หลังร้อยไหมอยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไปผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 8 – 12 เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของเส้นไหม เทคนิคของแพทย์ และการดูแลตัวเองหลังทำ
ทั้งนี้ แม้เส้นไหมจะสลายตัวหมดแล้ว แต่คอลลาเจนใต้ผิวที่ถูกกระตุ้นขึ้นใหม่ จะยังคงช่วยพยุงผิวให้ยกกระชับได้ดีกว่าก่อนทำ
ร้อยไหมแต่ละเคสต้องใช้จำนวนกี่เส้น?
จำนวนเส้นไหมที่ใช้จะไม่เท่ากัน โดยจะขึ้นอยู่กับ "ระดับความหย่อนคล้อย" และ "ความต้องการผลลัพธ์" ของแต่ละบุคคล
แบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ ผลลัพธ์แบบธรรมชาติ (Natural Look) และ ผลลัพธ์ยกกระชับขั้นสุด (Maximum Lift)
ร้อยไหมต่างจากการผ่าตัดดึงหน้าอย่างไร?
ร้อยไหมและการผ่าตัดดึงหน้ายกกระชับที่ชั้น SMAS เหมือนกัน แต่ต่างกันที่ระดับการรักษาและการพักฟื้น
- ไม่ต้องผ่าตัดและพักฟื้น — ร้อยไหมยกกระชับโดยไม่ต้องเปิดแผลผ่าตัดหรือดมยาสลบ จึงกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว
- ยกในชั้นเดียวกับการผ่าตัด — เทคนิคแบบ SMAS Lifting ยกพยุงในชั้นเดียวกับที่การผ่าตัดดึงหน้าทำ แต่ผ่านการสอดเส้นไหมแทนการเปิดแผล
- เหมาะกับช่วงวัยที่ต่างกัน — การผ่าตัดดึงหน้าเหมาะกับผู้ที่มีภาวะหย่อนคล้อยมากพอและอยู่ในวัยที่เหมาะสม การร้อยไหมจึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ยังไม่ต้องการผ่าตัด หรือต้องการดูแลความหย่อนคล้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ
- ผลลัพธ์ตามธรรมชาติ — ปรับดีไซน์ได้ละเอียดเฉพาะบุคคล โดยไม่ทิ้งแผลผ่าตัดถาวร
อ่านต่อ: ร้อยไหมเทคนิค Vertical Lift 90° คืออะไร ต่างจากร้อยไหมทั่วไปอย่างไร
ร้อยไหมกับฟิลเลอร์ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน?
ร้อยไหมและฟิลเลอร์แก้ปัญหาคนละแบบ และในหลายเคสใช้ร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- ร้อยไหม = ยกและจัดตำแหน่ง — เหมาะกับปัญหาความหย่อนคล้อย เช่น แก้มตก เหนียง กรอบหน้าหาย โดยยกเนื้อเยื่อที่ตกกลับขึ้นไปในตำแหน่งที่ถูกต้อง
- ฟิลเลอร์ = เติมเต็ม Volume — เหมาะกับจุดที่ขาดปริมาตร เช่น ขมับตอบ คางสั้น โดยไม่ได้ช่วยเรื่องการยกกระชับ
- กรณีร่องแก้มลึก — บางเคสเกิดจากผิวตก ไม่ใช่ขาด Volume การเติมฟิลเลอร์มากเกินไปอาจทำให้ดูล้นไม่เป็นธรรมชาติ การร้อยไหมยกกลางหน้าจึงตอบโจทย์กว่า
- ใช้ร่วมกันได้ — แพทย์จะประเมินว่าควรยก เติม หรือทำทั้งสองอย่าง เพื่อให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าแต่ละคน
อ่านเจาะลึก: ร้อยไหม vs Ultherapy vs ฟิลเลอร์ — เลือกอย่างไรให้เหมาะกับปัญหา
ราคาและโปรแกรม
0โปรแกรมร้อยไหมราคาเท่าไหร่?
ราคาร้อยไหมขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของไหมที่เลือกใช้ โดยจะแบ่งการรักษาตามบริเวณ (Area) สำหรับการร้อยไหมทั่วใบหน้า ราคาเริ่มต้นที่ 56,900 บาท
หากต้องการเข้ามาปรึกษา มีค่าใช้จ่ายหรือเงื่อนไขอย่างไรบ้าง?
- รับเคสจำกัดต่อวัน — คลินิกรับเคสจำนวนจำกัดในแต่ละวันและคิวเต็มค่อนข้างเร็ว แนะนำให้ทำการนัดหมายคิวก่อนล่วงหน้าเพื่อความสะดวกและไม่ต้องรอคิวนาน
- การหักลบค่ามัดจำ — มีการจัดเก็บเงินมัดจำเพื่อสำรองคิวล่วงหน้า โดยยอดมัดจำนี้จะถูกนำไปหักลบกับค่าบริการได้เต็มจำนวนเมื่อคนไข้ตกลงทำหัตถการ
- เงื่อนไขการคืนมัดจำ — ในกรณีที่แพทย์ประเมินแล้วพบว่าข้อจำกัดทางร่างกายหรือโครงสร้างใบหน้ายังไม่พร้อม หรือพิจารณาว่าไม่เหมาะสมกับการทำหัตถการในเคสนั้น ๆ ทางคลินิกจะทำการคืนเงินมัดจำให้เต็มจำนวน
- เงื่อนไขการคิดค่าปรึกษา — หากแพทย์ประเมินแล้วว่าสามารถทำได้ แต่คนไข้ปฏิเสธการรักษา ทางคลินิกจะขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินมัดจำ โดยจะคิดเป็นค่าบริการในการตรวจและปรึกษาแพทย์แทน
โปรแกรมร้อยไหมจำกัดจำนวนเส้นหรือไม่?
ที่ Sylva Clinic เราไม่ได้จำกัดจำนวนเส้นตายตัวในโปรแกรมการรักษา เพราะเน้น "การรักษาที่ผลลัพธ์และการดีไซน์โครงสร้างหน้าเฉพาะบุคคล (Personalized)" เป็นหลัก
แพทย์จะทำการประเมินและดีไซน์จำนวนเส้นไหมให้เต็มที่ ร้อยจนกว่าจะได้ผลลัพธ์การยกกระชับที่สมบูรณ์แบบ
พร้อมทั้งมีขั้นตอน Half-Face Check ให้ตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงและเปรียบเทียบผลลัพธ์ครึ่งหน้าในระหว่างการรักษา เพื่อยืนยันความพึงพอใจก่อนดำเนินการต่อจนเสร็จสิ้น
คนไข้จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการรักษาที่คุ้มค่าและตรงจุดที่สุด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนเกินเพิ่มตามจำนวนเส้นไหม
ก่อน · ระหว่าง · หลังทำ
0ร้อยไหมเจ็บไหม?
- การระงับความเจ็บ — คลินิกมีการแปะยาชาทิ้งไว้ 40 – 50 นาทีก่อนเริ่มหัตถการ และมีการฉีดยาชาร่วมด้วยทุกเคส
- เทคนิคแพทย์ — คุณหมอเก่งใช้เทคนิคการฉีดยาชาด้วยเข็มทู่ ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวด รวมถึงลดความบวมช้ำหลังทำได้อย่างดีเยี่ยม
- ทางเลือกพิเศษสำหรับคนกลัวเจ็บ — หากคนไข้มีความกังวลมาก คลินิกมีบริการ Penthrox (ยาสูดลดความเจ็บปวด) ช่วยบรรเทาและควบคุมความกังวลระหว่างทำหัตถการ
- ระดับความเจ็บ (Pain Score) — จากการเก็บสถิติของคนไข้ส่วนใหญ่ ค่าเฉลี่ยความเจ็บ (Average Pain Score) จะอยู่ที่ประมาณ 5/10 ซึ่งจะรู้สึกเจ็บมากที่สุดเฉพาะในช่วงตอนฉีดยาชาเท่านั้น ทั้งนี้ระดับความรู้สึกจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ก่อนเข้ารับบริการร้อยไหมต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?
- งดยาและอาหารเสริม 3 – 7 วัน — งดกลุ่มยาแก้ปวด/ต้านการอักเสบ เช่น Aspirin, Ibuprofen · วิตามินอี · น้ำมันปลา · โสม · แปะก๊วย เพื่อลดรอยเขียวช้ำและช่วยให้เลือดหยุดไหลง่าย
- งดดื่มแอลกอฮอล์ 2 วัน — งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพื่อป้องกันเส้นเลือดขยายตัวที่จะทำให้บวมช้ำมากกว่าปกติ
- เตรียมตัววันนัด — แต่งหน้าอ่อน ๆ (คลินิกจะคลีนหน้าให้อีกครั้ง) ทานอาหารให้อิ่มพอดี และแนะนำให้สวมเสื้อกระดุมหน้าเพื่อเลี่ยงการสัมผัสผิวหน้าตอนเปลี่ยนชุดหลังทำ
- งดโดนน้ำหลังทำ — แผลหัตถการจะไม่สามารถโดนน้ำหรือล้างหน้าได้เป็นเวลา 12 ชั่วโมงหลังทำเสร็จ เพื่อความปลอดภัยและลดโอกาสติดเชื้อ
- แจ้งประวัติสุขภาพล่วงหน้า — แจ้งโรคประจำตัว · ยาที่ทานประจำ · แพ้ยา · ตั้งครรภ์/ให้นมบุตร · เป็นเริม หรือประวัติศัลยกรรม/หัตถการใบหน้าที่ผ่านมา
หลังร้อยไหมมีอาการบวมมากไหม และต้องพักฟื้นกี่วัน?
อาการบวมและระบมหลังทำจะอยู่ในระดับปานกลาง และค่อย ๆ ดีขึ้นตามระยะเวลาดังนี้
- 2 วันแรก — ช่วงที่บวมและระบมมากที่สุด
- 1 สัปดาห์ — อาการบวมลดลง 80% ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
- 2 สัปดาห์ — อาการบวมลดลง 95% ใบหน้าเริ่มเข้าที่อย่างชัดเจน
ข้อควรรู้ระดับความบวมช้ำขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล (ผู้ที่ช้ำหรือเลือดออกง่ายอาจบวมมากกว่าปกติเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติและสามารถหายเองได้)
อ่านเจาะลึก: ร้อยไหมกี่วันเข้าที่ — บวมกี่วัน พักฟื้นกี่วัน พร้อม Timeline หลังทำ
หลังร้อยไหมมีข้อห้ามหรือข้อควรระวังอย่างไรบ้าง?
เพื่อผลลัพธ์การยกกระชับที่สมบูรณ์และป้องกันการอักเสบ แนะนำข้อปฏิบัติตามระยะเวลาดังนี้
- 12 ชม. แรก — งดโดนน้ำ ล้างหน้า และแต่งหน้าเด็ดขาด เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ
- 3 วันแรก — นอนหงายหนุนหมอนสูง (งดตะแคง) และงดออกกำลังกายหนัก เพื่อลดอาการบวม
- 2 สัปดาห์แรก — งดขยับหน้าแรง (หาวกว้าง อ้าปาก ยิ้มกว้าง) เพื่อป้องกันเงี่ยงไหมเคลื่อนหลุด หากร้อยไหมเหนียง งดก้มหน้าคางชิดอก
- 2 เดือน — งดนวดหน้า ขมับ และงดทำเครื่องยกกระชับที่ใช้ความร้อนทุกชนิด
ร้อยไหมมีรอยช้ำไหม?
มีโอกาสเกิดรอยช้ำได้ในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่มีแนวโน้มช้ำง่าย หรือรับประทานยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ทั้งนี้รอยช้ำมักอยู่ในระดับเล็กน้อยและค่อย ๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 1 – 2 สัปดาห์
เพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดรอยช้ำ แนะนำให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงยาหรืออาหารเสริมบางชนิดที่อาจทำให้เลือดหยุดยากก่อนเข้ารับการรักษา ตามคำแนะนำของแพทย์
ร้อยไหมมีแผลตรงไหน?
โดยทั่วไป การร้อยไหมจะมีเพียงรูเข็มขนาดเล็กบริเวณแนวไรผมหรือจุดที่ใช้สอดเส้นไหมเข้าสู่ผิวหนัง ซึ่งมีขนาดเล็กมากและมักมองเห็นได้ยากหลังทำ
หลังการรักษา ทางคลินิกจะปิดแผลด้วย Sterile Strip เพื่อช่วยปกป้องแผลและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยแนะนำให้งดโดนน้ำบริเวณแผลประมาณ 12 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นสามารถแกะ Sterile Strip ออก ล้างหน้า และใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
หลังร้อยไหมแต่งหน้าได้เมื่อไหร่?
สามารถแต่งหน้าได้หลังทำประมาณ 12 ชั่วโมง เนื่องจากบริเวณรูเข็มหรือจุดสอดไหมบริเวณแนวไรผมจะค่อย ๆ ปิดสนิทภายในช่วงเวลานี้
- 12 ชม. แรก — ควรงดโดนน้ำ เพื่อให้แผลปิดสนิทและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แนะนำให้งดล้างหน้า หรือใช้เครื่องสำอางบริเวณแผล
- หลัง 12 ชม. — สามารถล้างหน้า แต่งหน้า และดูแลผิวได้ตามปกติ โดยควรทำอย่างอ่อนโยนในช่วง 2 – 3 วันแรกหลังหัตถการ
ความปลอดภัยและผลข้างเคียง
0ร้อยไหมอันตรายไหม และมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?
หัตถการร้อยไหมมีความปลอดภัยสูง โอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยมากหากดำเนินการโดยแพทย์ผู้มีความชำนาญและประสบการณ์
ผลข้างเคียงทั่วไปที่อาจพบได้ คือ อาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงบริเวณผิว ซึ่งเป็นอาการปกติชั่วคราวและจะสามารถหายไปได้เองภายใน 1 – 2 สัปดาห์
การวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าอย่างแม่นยำและเทคนิคการวางเส้นไหมที่ถูกต้องของแพทย์ จะช่วยป้องกันความเสี่ยงและมอบผลลัพธ์ที่ปลอดภัยสูงสุด
อ่านเจาะลึก: ร้อยไหมอันตรายไหม — ผลข้างเคียง ความเสี่ยง และวิธีเลือกแพทย์ให้ปลอดภัย
ทำไมร้อยไหมแล้วหน้าถึงเป็นรอยบุ๋ม หรือเป็นคลื่นตามแนวเส้นไหม?
สาเหตุหลักมักมาจากเส้นไหมอยู่ตื้นเกินไป ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยเทคนิคและความชำนาญของแพทย์
- เส้นไหมอยู่ตื้นเกินไป — หากเส้นไหมอยู่ใกล้ผิวหนังมากเกินไปหรือยึดเกาะกับผิวหนังชั้นตื้น (Dermis) อาจทำให้เกิดแรงดึงรั้งจนเห็นเป็นรอยบุ๋มหรือรอยคลื่นตามแนวเส้นไหม
- ตำแหน่งที่เหมาะสม — เส้นไหมควรอยู่ในชั้นไขมันตื้น (Superficial Fat Layer) เพื่อให้เกิดแรงยกที่เหมาะสมและลดโอกาสการดึงรั้งผิวหนังชั้นตื้น
- การตรวจสอบแนวเส้นไหม — ก่อนจบหัตถการ แพทย์ควรตรวจสอบตำแหน่งของเส้นไหมตลอดแนว เพื่อให้มั่นใจว่าอยู่ในชั้นเนื้อเยื่อที่เหมาะสม
- ประสบการณ์ของแพทย์ — หากทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญด้านกายวิภาคและร้อยไหม โอกาสเกิดรอยบุ๋มหรือรอยคลื่นมักพบได้น้อยมาก
แก้มเยอะหรือโหนกแก้มใหญ่ ร้อยไหมแล้วหน้าจะบานขึ้นไหม?
ไม่บานขึ้นหากใช้เทคนิคและทิศทางการวางเส้นไหมที่ถูกต้อง ความเข้าใจว่า "แก้มเยอะร้อยไหมแล้วหน้าบาน" มักเกิดจากเทคนิคที่ดึงเนื้อไปกองรวมกันผิดตำแหน่ง
- สาเหตุที่หน้าดูบาน — การดึงเส้นไหมออกด้านข้างแบบทั่วไป อาจโกยไขมันไปกองรวมกันบริเวณโหนกแก้มจนดูใหญ่ขึ้น หรือดูเป็นทรง "สตรอว์เบอร์รี"
- แนวทางของคลินิก — เทคนิค Vertical Lift™ 90° วางเส้นไหมในแนวตั้ง ย้ายไขมันจากกระเปาะแก้มที่ตกขึ้นไปเติมร่องแก้มและใต้ตา โดยไม่เพิ่มความกว้างให้โหนกแก้ม
- ผลลัพธ์ — ใบหน้าส่วนล่างดูเรียวเล็กสมส่วนขึ้น กรอบหน้าคมชัด โดยโหนกแก้มไม่ได้ดูใหญ่ขึ้น
อ่านต่อ: ร้อยไหมเทคนิค Vertical Lift 90° คืออะไร ต่างจากร้อยไหมทั่วไปอย่างไร
ร้อยไหมแล้วหน้าจะตึงหรือดูโบ๊ะผิดธรรมชาติไหม?
ไม่ดูตึงหรือโบ๊ะหากแพทย์ออกแบบแนวการยกให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าแต่ละคน เป้าหมายของการร้อยไหมคือยกกระชับให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ดึงจนหน้าตึงแข็ง
- ออกแบบเฉพาะบุคคล — แพทย์วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า แนวแรงของผิว และทิศทางการยุบตัว ก่อนวางตำแหน่งและทิศทางเส้นไหม จึงไม่ใช้รูปแบบสำเร็จรูป
- ยกแบบจุดต่อจุด — เน้นเก็บงานเฉพาะบริเวณที่หย่อน ไม่ดึงทั้งหน้าจนตึงโบ๊ะ
- ดูเป็นธรรมชาติ — ผลลัพธ์คือใบหน้าดูยกกระชับ สดใส และอ่อนวัยขึ้น โดยยังคงความเป็นธรรมชาติ
ร้อยไหมแล้วจะเกิดพังผืดหรือมีสารตกค้างใต้ผิวหรือไม่?
ไหมที่ใช้ในคลินิกเป็นวัสดุ PDO (Polydioxanone) ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้
- สลาย 100% — ร่างกายสามารถดูดซึมได้เองตามธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้างใต้ชั้นผิว
- ไม่เกิดพังผืด — วัสดุไหมออกแบบมาเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดพังผืด
- มาตรฐาน อย. — เส้นไหมทุกชนิดที่คลินิกเลือกใช้ ผ่านการรับรองมาตรฐาน อย. อย่างถูกต้องและปลอดภัย
เครื่องมือและตัวยาที่ใช้เป็นของแท้ตรวจสอบได้ไหม?
- ของแท้ 100% — ผลิตภัณฑ์ ตัวยา และเครื่องมือแพทย์ทุกชิ้นผ่านการรับรองมาตรฐาน อย. ไทย สั่งซื้อตรงจากบริษัทผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเท่านั้น
- เปิดกล่องต่อหน้า — ยึดมั่นในความโปร่งใสโดยการเปิดกล่องใหม่ และผสมยาให้เห็นต่อหน้าคนไข้ก่อนเริ่มทำหัตถการทุกเคส
- ตรวจสอบได้ทันที — คนไข้สามารถร่วมเช็กกล่อง ตรวจสอบ Serial Number หรือสแกน QR Code เพื่อเช็กกับบริษัทผู้นำเข้าได้โดยตรงทุกครั้งเพื่อความมั่นใจสูงสุด
นัดหมายและสถานที่
0สามารถนัดคิวหรือติดต่อได้ช่องทางไหนบ้าง?
สามารถนัดหมายหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่าน 4 ช่องทางหลัก
- LINE Official: @sylvaclinic — ทีมงานคอยสแตนด์บายตอบกลับอย่างรวดเร็ว
- Social Media DM: ทักอินบ็อกซ์ผ่านทาง Facebook Messenger หรือ Instagram DM
- โทรศัพท์: 099-840-0497 ในเวลาทำการ 11:00 – 20:00 น. (ยกเว้นวันจันทร์เนื่องจากคลินิกปิดทำการ)
- Walk-in: เข้ามาติดต่อที่หน้าร้าน — แนะนำให้เช็กคิวก่อนล่วงหน้า
คลินิกตั้งอยู่ที่ไหน และเปิดทำการวันไหนบ้าง?
- สถานที่ตั้ง — เลขที่ 59 ซอยสีลม 3 คลินิกจะอยู่ติดกับโรงแรม Furama Xclusive Sathorn ระวังจำสับสนกับโรงแรม Furama สีลม
- เวลาทำการ — เปิดให้บริการวันอังคาร – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 11:00 – 20:00 น.
- วันหยุดประจำสัปดาห์ — คลินิกปิดทำการทุกวันจันทร์ (ระบบโทรศัพท์และหน้าร้านปิดให้บริการ)
เดินทางมาคลินิกด้วยวิธีไหนได้บ้าง?
- รถไฟฟ้า BTS — ลงสถานีช่องนนทรี (ทางออก 4) เดินต่อเข้าซอยมาเพียง 150 เมตร คลินิกจะอยู่ติดกับโรงแรม Furama Xclusive Sathorn
- รถยนต์ส่วนตัว — ซอยของคลินิกสามารถเข้า-ออกและเชื่อมทะลุกันได้ถึง 3 เส้นทางหลัก แนะนำให้ปักหมุดมาที่ Sylva Clinic ซิลวาคลินิก สีลม โดยเลือกเข้าได้จากถนนหลักดังนี้
- เข้าทาง ซอยสีลม 3 (ซอยพิพัฒน์)
- เข้าทาง ซอยนราธิวาสฯ 3
- เข้าทาง สาทรซอย 8 หรือ สาทรซอย 6
- ที่จอดรถ — เมื่อขับเข้ามาถึงพิกัด สามารถนำรถเข้าจอดที่อาคารจอดรถของโรงแรม Furama Xclusive Sathorn ที่อยู่ติดกับคลินิกได้สะดวกสบาย
- รถแท็กซี่ / Grab — ปักหมุดปลายทางที่ Sylva Clinic ซิลวาคลินิก
เกี่ยวกับ Sylva Clinic
0คลินิกเชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ?
เราเชี่ยวชาญด้านหัตถการความงามและการปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ โดยมีจุดเด่นคือเทคนิค Vertical Lift™ (การร้อยไหมยกกระชับในแนวตั้ง 90 องศา) ซึ่งช่วยยกแก้มหย่อนคล้อยและเก็บกรอบหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและดูเป็นธรรมชาติ แตกต่างจากการร้อยไหมแบบดั้งเดิม
ทุกเคสจะได้รับการดูแลโดยแพทย์หรือไม่?
ทุกเคสที่เข้ามาใช้บริการจะได้รับการประเมินสภาพผิว ออกแบบการรักษา และทำหัตถการโดยคุณหมอเก่ง (แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง) โดยตรงทุกเคส เพื่อความแม่นยำและผลลัพธ์ที่ปลอดภัยสูงสุด
เคยร้อยไหมจากที่อื่นมาแล้วแต่ยังไม่เห็นผล สามารถร้อยเพิ่มหรือแก้ไขได้หรือไม่?
สามารถทำได้ ในกรณีที่ความหย่อนคล้อยยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุดในทุกบริเวณ
หากต้องการร้อยไหมซ้ำ แนะนำให้เว้นระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้อาการบวมช้ำเดิมยุบตัวลงอย่างเต็มที่
ทำไมจึงควรไว้วางใจเลือกร้อยไหมที่ Sylva Clinic?
6 เหตุผลสำคัญที่คนไข้เลือกและเชื่อมั่นในผลลัพธ์การยกกระชับกับเรา
- Vertical Lift™ 90° — เทคนิคเฉพาะของ Sylva Clinic — แนวทางการยกกระชับที่ออกแบบเพื่อดึงผิวในแนวดิ่ง สวนทางแรงโน้มถ่วงโดยตรง ช่วยยกกรอบหน้าและแก้มที่หย่อนคล้อยได้อย่างเป็นธรรมชาติ ลดโอกาสเกิดโหนกแก้มดูใหญ่หรือใบหน้าดูแข็งหลังทำ
- ดูแลโดยอาจารย์แพทย์ทุกเคส — ทุกขั้นตอนดำเนินการโดย นพ.ภาคภูมิ ตั้งดำรงธรรม (หมอเก่ง) ด้วยประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 10,000 เคส และเป็นอาจารย์ผู้สอนเทคนิคร้อยไหมให้แพทย์ทั่วประเทศ
- ออกแบบแนวการยกเฉพาะบุคคล — วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า ปัญหาความหย่อนคล้อย และแนวแรงของผิวในแต่ละคน เพื่อวางตำแหน่งและทิศทางของเส้นไหมให้เหมาะกับใบหน้าแต่ละเคส โดยไม่ใช้รูปแบบสำเร็จรูป
- ได้รับความไว้วางใจในระดับประเทศ — Sylva Clinic ได้รับรางวัลยอดใช้ไหม Mint สูงสุดอันดับ 1 ของประเทศไทย สะท้อนถึงความไว้วางใจจากคนไข้จำนวนมาก และความมั่นใจในมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ภายในคลินิก
- โปร่งใสและให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมา — คนไข้สามารถพูดคุยและประเมินใบหน้ากับแพทย์โดยตรง ไม่มีการกดดันหรือยัดเยียดคอร์ส พร้อมแกะกล่องไหมใหม่ให้ตรวจสอบต่อหน้าก่อนทำทุกครั้ง
- มาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยระดับโรงพยาบาล — อุปกรณ์ทุกชิ้นผ่านการฆ่าเชื้อด้วยระบบ Autoclave และใช้ชุดเครื่องมือปลอดเชื้อเฉพาะบุคคลแบบครั้งเดียวทิ้ง เพื่อความมั่นใจในทุกขั้นตอนการรักษา
อ่านต่อ: ร้อยไหมที่ไหนดี — 7 เกณฑ์เลือกคลินิกร้อยไหมให้ปลอดภัยและได้ผลจริง