หน้าแรก/บทความ/ชนิดของไหมร้อยหน้า
รู้จักไหม · 7 min read

ไหมร้อยหน้ามีกี่แบบ? ไหมโมโน ไหมเกลียว และไหมก้างปลา ต่างกันอย่างไร

ไหมร้อยหน้ามีกี่แบบ: ไหมโมโน ไหมเกลียว ไหมก้างปลา ต่างกันอย่างไร โดยแพทย์ร้อยไหม Sylva Clinic

หลายคนเคยได้ยินคำว่า ไหมโมโน ไหมเกลียว และไหมก้างปลา แต่ยังไม่แน่ใจว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหน จริง ๆ แล้วคำเหล่านี้เป็นการเรียกตาม ลักษณะของเส้นไหมและหน้าที่ที่นำมาใช้ มากกว่าจะเป็นการแบ่งว่าแบบไหนดีกว่ากัน เพราะไหมแต่ละชนิดถูกออกแบบมาเพื่อทำงานต่างกัน

บางชนิดเน้นเรื่องคุณภาพผิวและการกระตุ้นคอลลาเจน ขณะที่บางชนิดมี Cog หรือเงี่ยงสำหรับยึดและพยุงเนื้อเยื่อ จึงเหมาะกับการยกมากกว่า

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เลือกจากชื่อไหมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูก่อนว่า ปัญหาหลักของใบหน้าคืออะไร ต้องการยกเนื้อเยื่อหรือเน้นคุณภาพผิว และควรวางไหมในตำแหน่งและชั้นใด

สรุปสั้น ๆ
  • ไหมโมโน (Mono Thread): เส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยง มักใช้เพื่อกระตุ้นการตอบสนองของเนื้อเยื่อและดูแลคุณภาพผิว
  • ไหมเกลียว (Screw / Twist Thread): เส้นไหมถูกพันเป็นเกลียว ทำให้มีปริมาตรของเส้นมากขึ้น มักใช้ในบริเวณที่ต้องการกระตุ้นเนื้อเยื่อเฉพาะจุด
  • ไหมก้างปลา (Cog / Barbed Thread): มีเงี่ยงหรือ Cog สำหรับยึดกับเนื้อเยื่อ จึงเป็นกลุ่มหลักที่ใช้ในการยกและพยุงเนื้อเยื่อที่หย่อน
  • รูปแบบของไหมเป็นเพียงหนึ่งปัจจัย ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับ ชนิดวัสดุ ทิศทาง ตำแหน่ง ชั้นในการวางไหม และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน
ชนิดของไหมร้อยหน้า: ไหมเส้นเรียบ Mono ไหมเกลียว Screw/Twist และไหมก้างปลา Cog สำหรับยกกระชับโครงหน้า

ไหมร้อยหน้าแบ่งอย่างไร?

การแบ่งชนิดของไหมร้อยหน้าสามารถดูได้หลายแบบ เช่น แบ่งตาม ลักษณะของเส้นไหม หรือแบ่งตาม วัสดุที่ใช้ผลิต

ถ้าแบ่งตามลักษณะของเส้นและหน้าที่ที่ใช้กันทั่วไป จะพบ 3 กลุ่มหลัก คือ Mono, Screw/Twist และ Cog/Barbed

ส่วนวัสดุของเส้นไหมก็มีหลายชนิด เช่น PDO หรือ PLLA ซึ่งมีคุณสมบัติและระยะเวลาการสลายแตกต่างกัน จึงเป็นคนละเรื่องกับการแบ่งว่าเส้นนั้นเป็น Mono หรือ Cog

ดังนั้น เวลาเลือกไหม คุณหมอจะต้องดูทั้ง รูปแบบของเส้น + วัสดุ + ปัญหาที่ต้องการแก้ไข ร่วมกัน

ไหมโมโน (Mono Thread) คืออะไร?

ไหมโมโนเป็น ไหมเส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยงหรือ Cog จึงไม่ได้มีโครงสร้างสำหรับจับและยกเนื้อเยื่อแบบไหมก้างปลา

โดยทั่วไปมักวางหลายเส้นในบริเวณที่ต้องการกระตุ้นการตอบสนองของเนื้อเยื่อ เพื่อช่วยเรื่องคุณภาพผิวและความกระชับในระดับหนึ่ง

ไหมโมโนจึงอาจเหมาะกับคนที่มีผิวเริ่มหลวมเล็กน้อย หรือต้องการดูแลคุณภาพผิว แต่ถ้าปัญหาหลักคือ แก้มหย่อน กระเปาะแก้ม กรอบหน้าไม่ชัด หรือเหนียง ไหมโมโนเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ตัวหลักสำหรับการยกเนื้อเยื่อ

ไหมเกลียว (Screw / Twist Thread) คืออะไร?

ไหมเกลียวคือเส้นไหมที่ถูกพันเป็นเกลียว อาจเป็นเส้นเดียวที่พันรอบเข็มหรือเป็นไหมหลายเส้นพันร่วมกัน ขึ้นอยู่กับรูปแบบของผลิตภัณฑ์

ลักษณะที่เป็นเกลียวทำให้มีปริมาตรของเส้นไหมในบริเวณนั้นมากขึ้น จึงมักใช้เพื่อกระตุ้นเนื้อเยื่อเฉพาะจุดมากกว่าใช้เป็นแรงยกหลัก

เช่นเดียวกับไหมโมโน ไหมเกลียวไม่ได้มี Cog สำหรับยึดเนื้อเยื่อ จึงไม่ใช่ตัวหลักหากเป้าหมายคือการยกกระเปาะแก้ม หรือทำให้กรอบหน้าชัดขึ้น

ไหมก้างปลา (Cog / Barbed Thread) คืออะไร?

ไหมก้างปลาเป็นไหมที่มี เงี่ยงหรือ Cog อยู่ตามแนวเส้นไหม เพื่อช่วยยึดกับเนื้อเยื่อ

เมื่อวางไหมในตำแหน่ง ชั้น และทิศทางที่เหมาะสม Cog จะช่วยพยุงและยกเนื้อเยื่อที่หย่อนขึ้นตาม Vector ที่คุณหมอออกแบบ

จึงเป็นกลุ่มไหมที่ใช้ในการยกเป็นหลัก เช่น

  • Mid-face ที่เริ่มหย่อน
  • กระเปาะแก้ม
  • กรอบหน้าไม่ชัด
  • เหนียงหรือใต้คางในบางเคส

อย่างไรก็ตาม การมี Cog ไม่ได้หมายความว่าใช้ไหมชนิดใดก็ให้ผลเหมือนกัน เพราะรูปแบบของ Cog ขนาดเส้นไหม วัสดุ และแรงยึดของแต่ละแบบแตกต่างกัน อ่านตัวอย่างการออกแบบ Cog ได้ที่ ไหมภูเขา K2 PLUS คืออะไร? จุดเด่นและเหมาะกับใคร

นอกจากนี้ ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับ ทิศทางการหย่อน ตำแหน่ง และชั้นในการวางไหม ซึ่งคุณหมอต้องประเมินเป็นรายบุคคล

เปรียบเทียบไหมแต่ละแบบแบบเข้าใจง่าย

ชนิดไหม ลักษณะ หน้าที่หลัก เหมาะกับ
Monoเส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยงกระตุ้นเนื้อเยื่อและดูแลคุณภาพผิวผิวเริ่มหลวมเล็กน้อย / คุณภาพผิว
Screw / Twistเส้นไหมพันเป็นเกลียวกระตุ้นเนื้อเยื่อเฉพาะจุดบริเวณที่ต้องการเพิ่มการพยุงของเนื้อเยื่อเล็กน้อย
Cog / Barbedมีเงี่ยงหรือ Cogยึดและยกเนื้อเยื่อแก้มหย่อน กระเปาะแก้ม กรอบหน้า เหนียงบางเคส
ไหม PDO (Polydioxanone) วัสดุไหมละลายทางการแพทย์ที่ใช้ในการร้อยไหมยกกระชับ

แล้วไหม PDO คืออะไร?

PDO หรือ Polydioxanone เป็น หนึ่งในวัสดุที่ใช้ผลิตไหมละลายทางการแพทย์

เมื่ออยู่ในร่างกาย เส้นไหมจะค่อย ๆ สลายตามกระบวนการของวัสดุ และร่างกายจะมีการตอบสนองของเนื้อเยื่อรอบเส้นไหม รวมถึงการสร้างคอลลาเจนตามกระบวนการสมานตัว

สิ่งที่ควรเข้าใจคือคำว่า PDO ไม่ได้บอกว่าเส้นไหมเป็น Mono หรือ Cog เพราะ PDO เป็นชื่อของวัสดุ ส่วน Mono, Screw และ Cog เป็นการอธิบายรูปแบบของเส้นไหม

ไหมชนิดอื่นอาจผลิตจากวัสดุที่ต่างออกไป ดังนั้นคุณหมอจะพิจารณาทั้งวัสดุและรูปแบบของเส้นให้เหมาะกับแผนการรักษา

คุณหมอเลือกชนิดไหมอย่างไร?

การเลือกไหมไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า “ไหมชนิดไหนดีที่สุด” แต่เริ่มจากการประเมินว่า คนไข้มีปัญหาอะไรและต้องการให้เนื้อเยื่อเปลี่ยนอย่างไร

คุณหมอจะดูหลายอย่างร่วมกัน เช่น

  • ปัญหาหลักคือความหย่อนหรือคุณภาพผิว
  • ความหย่อนอยู่บริเวณ Mid-face หรือ Lower face
  • มีกระเปาะแก้มหรือไม่
  • กรอบหน้าและใต้คางมีความหย่อนร่วมด้วยหรือไม่
  • ความหนาของผิวและปริมาณเนื้อเยื่อ
  • ทิศทางการหย่อน
  • ตำแหน่งและชั้นที่ควรวางไหม

จากนั้นจึงเลือกชนิดไหม จำนวนเส้น และ Vector ให้เหมาะกับแต่ละคน

จำนวนเส้นเยอะกว่า หมายความว่าดีกว่าหรือไม่?

ไม่เสมอไป

จำนวนเส้นเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษา แต่ไม่ควรใช้เป็นตัวเลขเดียวในการตัดสินผลลัพธ์

ถ้าเป้าหมายคือการยก สิ่งที่ต้องดูร่วมกันคือ ชนิดไหมที่มีแรงยึดเหมาะสม ตำแหน่ง ชั้น และทิศทางของการวางไหม

การใช้ไหมมากเกินความจำเป็นอาจเพิ่มการบวมและรบกวนเนื้อเยื่อมากขึ้น โดยไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ผลลัพธ์ดีขึ้นตามจำนวนเส้น อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ร้อยไหมกี่เส้นถึงจะเห็นผล

คำถามที่พบบ่อย

ไหมโมโนช่วยยกหน้าได้ไหม?

ไหมโมโนไม่มี Cog สำหรับยึดและยกเนื้อเยื่อ จึงไม่ใช่ตัวหลักสำหรับการยกกระเปาะแก้มหรือกรอบหน้า หากต้องการแรงยก คุณหมอมักพิจารณาไหมที่มี Cog มากกว่า

ไหมเกลียวช่วยเรื่องอะไร?

ไหมเกลียวมักใช้เพื่อกระตุ้นเนื้อเยื่อเฉพาะจุด เนื่องจากรูปแบบเส้นไหมที่พันเป็นเกลียว แต่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างแรงยกแบบไหม Cog

ไหมก้างปลาเหมาะกับใคร?

เหมาะกับเคสที่ต้องการพยุงและยกเนื้อเยื่อ เช่น แก้มหย่อน กระเปาะแก้ม กรอบหน้าไม่ชัด หรือเหนียงในบางคน ทั้งนี้ต้องประเมินระดับความหย่อนและโครงสร้างใบหน้าก่อน

ต้องใช้ไหมหลายชนิดร่วมกันไหม?

ไม่จำเป็นทุกคน การเลือกว่าจะใช้ไหมชนิดเดียวหรือหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับปัญหาและเป้าหมายของแต่ละเคส

ไหมร้อยหน้าชนิดไหนดีที่สุด?

ไม่มีไหมชนิดเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกปัญหา หากต้องการยกควรเลือกไหมที่มีโครงสร้างสำหรับยึดเนื้อเยื่อ ส่วนถ้าต้องการเน้นคุณภาพผิว คุณหมออาจพิจารณาไหมเส้นเรียบหรือรูปแบบอื่นตามความเหมาะสม

สรุป ไหมร้อยหน้ามีกี่แบบ?

ถ้าแบ่งตามลักษณะของเส้นและหน้าที่ที่ใช้กันทั่วไป ไหมร้อยหน้าสามารถแบ่งเป็น Mono, Screw/Twist และ Cog/Barbed

แต่ละแบบมีหน้าที่ต่างกัน ไหมโมโนและไหมเกลียวมักใช้ในด้านคุณภาพผิวและการกระตุ้นเนื้อเยื่อ ขณะที่ไหม Cog มีโครงสร้างสำหรับยึดและพยุงเนื้อเยื่อ จึงเป็นกลุ่มที่ใช้ในการยกเป็นหลัก

สิ่งสำคัญคือไม่ควรเลือกจากชื่อไหมหรือจำนวนเส้นเพียงอย่างเดียว แต่ควรประเมินร่วมกันทั้ง ปัญหาของใบหน้า รูปแบบและวัสดุของไหม ทิศทาง ตำแหน่ง และชั้นในการวางไหม เพื่อให้เหมาะกับโครงสร้างของแต่ละคน

อ่านต่อ
ปรึกษาหมอเก่ง

อยากรู้ว่า หน้าของคุณควรใช้ไหมแบบไหน?

ทักไลน์เพื่อให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าและออกแบบการวางไหมที่เหมาะกับปัญหาของคุณโดยตรง