หลายคนได้ยินคำว่า “ไหมก้างปลา” “ไหมโมโน” “ไหมเกลียว” แล้วสับสนว่าต่างกันตรงไหน และแบบไหนดีกว่ากัน คำตอบสั้น ๆ คือ ไหมแต่ละชนิดทำงานคนละหน้าที่ — บางชนิดใช้ ยก บางชนิดเน้น กระตุ้นคอลลาเจน บทความนี้อธิบายชนิดของไหม PDO ให้เข้าใจง่าย พร้อมวิธีที่แพทย์เลือกไหมให้เหมาะกับแต่ละหน้า โดยหมอเก่ง นพ.ภาคภูมิ ตั้งดำรงธรรม
- ไหมโมโน (Mono) = เส้นเรียบ เน้นกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวเรียบแน่น — ไม่ได้ยก
- ไหมเกลียว (Screw/Twist) = เส้นพันเกลียว เพิ่มความอิ่มฟูเฉพาะจุด กระตุ้นคอลลาเจนได้มากขึ้น
- ไหมก้างปลา (Cog) = มีเงี่ยงเกาะเนื้อเยื่อ ใช้ ยกกระชับเชิงโครงสร้าง เห็นผลทันที
- ไหม PDO ละลายได้เองตามธรรมชาติ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนขณะค่อย ๆ สลาย
- จำนวนเส้นไม่ใช่ตัวชี้วัดผลลัพธ์ — การเลือกชนิดไหมและทิศทางการวางสำคัญกว่า
คำตอบสั้น ๆ — ไหมแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก
ไหมร้อยหน้าแบ่งตามลักษณะเส้นได้เป็น 3 กลุ่มหลัก และแต่ละกลุ่มมีหน้าที่ต่างกันชัดเจน:
- ไหมเส้นเรียบ (Mono) → กระตุ้นคอลลาเจน ฟื้นฟูผิวให้เรียบแน่น
- ไหมเกลียว (Screw/Twist) → เพิ่มความอิ่มฟูเฉพาะจุด กระตุ้นคอลลาเจนได้มากขึ้น
- ไหมก้างปลา (Cog/Barbed) → มีเงี่ยงเกาะเนื้อเยื่อ ใช้ยกกระชับโครงหน้า
เมื่อเข้าใจว่าไหมแต่ละแบบถนัดคนละเรื่อง การเลือกจึงไม่ใช่ “ไหมแบบไหนดีที่สุด” แต่คือ “หน้าของเราต้องการอะไร” แล้วเลือกไหม (หรือผสมหลายชนิด) ให้ตรงกับเป้าหมายนั้น
ไหม PDO คืออะไร
PDO (Polydioxanone) เป็นวัสดุที่ใช้ทำไหมเย็บแผลในทางการแพทย์มานาน มีความปลอดภัยสูงและ ละลายได้เองตามธรรมชาติ เมื่อใส่เข้าไปใต้ผิว ร่างกายจะค่อย ๆ ย่อยสลายเส้นไหมไปเอง และระหว่างที่สลายก็จะ กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ รอบ ๆ เส้นไหม นี่คือเหตุผลที่ผลของการร้อยไหมไม่ได้หยุดอยู่แค่วันที่ทำ แต่ยังดีต่อเนื่องในช่วงหลัง ที่ Sylva Clinic เลือกใช้ไหม MINT™ PDO ที่ได้มาตรฐาน
ไหมโมโน (Mono) — เส้นเรียบ กระตุ้นคอลลาเจน
ไหมโมโนเป็น เส้นเรียบไม่มีเงี่ยง มักใส่เป็นจำนวนหลายเส้นในลักษณะตาข่ายเพื่อ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและแน่นขึ้น เหมาะกับการฟื้นฟูคุณภาพผิวและริ้วรอยตื้น ๆ แต่ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อยกเนื้อเยื่อที่หย่อน จึงไม่ใช่ตัวเลือกหลักสำหรับคนที่ต้องการยกกรอบหน้า
ไหมเกลียว (Screw / Twist) — เพิ่มความอิ่มฟู
ไหมเกลียวคือไหมที่พันเป็นเกลียว (หนึ่งหรือสองเส้นพันกัน) ช่วย เพิ่มความอิ่มฟูเฉพาะจุด และกระตุ้นคอลลาเจนได้มากกว่าไหมโมโน มักใช้ในบริเวณที่ต้องการเติมความเต่งตึงเล็กน้อย เช่น ร่องแก้มตื้น ๆ แต่เช่นเดียวกับไหมโมโน ไหมเกลียวเน้นเรื่องคุณภาพผิวและความอิ่มฟูมากกว่าการยกเชิงโครงสร้าง
ไหมก้างปลา (Cog) — ตัวยกหลัก
ไหมก้างปลา (Cog หรือ Barbed) คือ พระเอกของการยกกระชับ ลักษณะเด่นคือมี เงี่ยงหรือฟันเล็ก ๆ ยื่นออกมารอบเส้น เงี่ยงเหล่านี้ทำหน้าที่เกาะยึดเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อย แล้วดึงยกขึ้นไปยึดกับจุดที่มั่นคงกว่า ผลคือ เห็นการยกกระชับได้ทันทีหลังทำ ไหมก้างปลาจึงเป็นไหมกลุ่มหลักที่ใช้ในการยกกรอบหน้า แก้มตก เหนียง และจัดรูปหน้า การออกแบบ ทิศทางการวางไหมก้างปลา คือหัวใจที่กำหนดว่าผลการยกจะเป็นธรรมชาติและตรงจุดแค่ไหน
ตารางเปรียบเทียบไหมแต่ละชนิด
| หัวข้อ | ไหมโมโน (Mono) | ไหมเกลียว (Screw) | ไหมก้างปลา (Cog) |
|---|---|---|---|
| ลักษณะเส้น | เส้นเรียบ | เส้นพันเกลียว | มีเงี่ยง/ฟันเกาะเนื้อเยื่อ |
| หน้าที่หลัก | กระตุ้นคอลลาเจน ผิวเรียบแน่น | เพิ่มความอิ่มฟูเฉพาะจุด | ยกกระชับเชิงโครงสร้าง |
| ยกเนื้อเยื่อได้ไหม | ไม่ (เน้นคุณภาพผิว) | เล็กน้อย (เน้นความอิ่มฟู) | ได้ (จุดเด่นหลัก) |
| เหมาะกับ | ผิวไม่เรียบ ริ้วรอยตื้น | จุดที่ต้องการเติมความเต่งตึง | หย่อนคล้อย กรอบหน้าเบลอ เหนียง |
| วัสดุ | PDO | PDO | PDO |
หมายเหตุ: ในทางปฏิบัติแพทย์มักใช้ไหมหลายชนิดร่วมกันในเคสเดียว เพื่อให้ได้ทั้งการยกและคุณภาพผิว ตารางนี้เป็นภาพรวมเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล
แพทย์เลือกไหมอย่างไร — และทำไมจำนวนเส้นไม่ใช่คำตอบ
คำถามที่เจอบ่อยคือ “ร้อยกี่เส้นถึงจะเห็นผล” หรือ “ยิ่งเยอะยิ่งดีไหม” ความจริงคือ จำนวนเส้นไม่ใช่ตัวชี้วัดผลลัพธ์ สิ่งที่กำหนดผลจริง ๆ คือ:
- เลือกชนิดไหมให้ตรงปัญหา — ต้องการยกใช้ก้างปลา ต้องการคุณภาพผิวใช้โมโน/เกลียว
- วางไหมในชั้นที่ถูกต้อง — ลึก-ตื้นมีผลต่อทั้งการยกและความเรียบเนียนของผิว
- ออกแบบทิศทางการยกเฉพาะบุคคล — เพราะโครงหน้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน
การใส่ไหมมากเกินจำเป็นไม่ได้ทำให้ยกได้ดีขึ้น แต่อาจเพิ่มการบวมโดยไม่จำเป็น การประเมินโดยแพทย์ผู้ชำนาญจึงสำคัญกว่าการนับจำนวนเส้น
ไหมที่ Sylva ใช้ และเทคนิค Vertical Lift 90°
ที่ Sylva Clinic ใช้ไหม MINT™ PDO และเลือกชนิด-จำนวนไหมตามการประเมินรายบุคคล โดยใช้ไหมก้างปลาเป็นแกนหลักในการยก ร่วมกับการออกแบบทิศทางการวางไหมแบบเฉพาะบุคคลด้วยเทคนิค Vertical Lift 90° — ยกในแนวดิ่ง 90° สวนแรงโน้มถ่วง เพื่อให้การยกตรงทิศและเป็นธรรมชาติ ทุกเคสดูแลและวางไหมด้วยตัวหมอเก่งเอง
คำถามที่พบบ่อย
ไหมก้างปลาเจ็บกว่าไหมธรรมดาไหม?
ความรู้สึกระหว่างทำใกล้เคียงกันเพราะมีการลงยาชาเฉพาะที่ ไหมก้างปลาอาจรู้สึกตึงกว่าช่วงแรกเพราะเป็นการยกเนื้อเยื่อจริง ซึ่งเป็นอาการปกติที่ค่อย ๆ ดีขึ้น
ต้องใช้ไหมชนิดเดียวหรือผสมหลายแบบ?
ส่วนใหญ่แพทย์ออกแบบให้ใช้ร่วมกันในเคสเดียว เช่น ใช้ก้างปลายกโครงสร้าง และเสริมโมโน/เกลียวเพื่อคุณภาพผิว ขึ้นกับปัญหาของแต่ละหน้า
ไหมละลายแล้วหน้าจะหย่อนกลับทันทีไหม?
ไม่ เพราะระหว่างที่ไหมสลาย ร่างกายจะสร้างคอลลาเจนใหม่มาช่วยพยุงไว้ ผลจึงค่อย ๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่หย่อนกลับทันที
