หน้าแรก/บทความ/ร้อยไหมเจ็บไหม ปวดกี่วัน
ก่อนตัดสินใจ · 8 min read

ร้อยไหมเจ็บไหม? ระหว่างทำเจ็บแค่ไหน ปวดกี่วัน พร้อมวิธีลดความเจ็บ

“ร้อยไหมเจ็บไหม?” คือคำถามที่กั้นหลายคนไว้ก่อนตัดสินใจ คำตอบสั้น ๆ คือ ระหว่างทำแทบไม่รู้สึกเจ็บ เพราะมีการระงับความรู้สึกด้วยยาชาก่อน ขั้นตอนที่รู้สึกได้มากที่สุดคือตอนฉีดยาชาที่จะแปลบเพียงช่วงสั้น ๆ ส่วนหลังทำมักเป็นอาการระบม-ตึงรั้งมากกว่าปวดทรมาน บทความนี้อธิบายความเจ็บในแต่ละขั้นตอน ปวดกี่วัน อาการแบบไหนปกติ และวิธีลดความเจ็บ โดยหมอเก่ง นพ.ภาคภูมิ ตั้งดำรงธรรม

สรุปสั้น ๆ
  • ระหว่างทำ แทบไม่เจ็บ เพราะระงับความรู้สึกด้วยยาชาเฉพาะที่ก่อน
  • ขั้นที่รู้สึกได้มากสุดคือ ตอนฉีดยาชา แปลบสั้น ๆ คล้ายมดกัด
  • ไม่ต้องดมยาสลบ คนไข้รู้สึกตัวตลอด คุยกับแพทย์ได้ กลับบ้านได้ทันที
  • หลังทำเป็น อาการระบม-ตึงรั้ง มากกว่าปวด ชัดสุด 2-3 วันแรก
  • ส่วนใหญ่ทุเลาลงมากภายใน 1 สัปดาห์ ดูแลด้วยยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง
  • ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ บวมแดงร้อน มีหนอง หรือมีไข้ = ต้องรีบพบแพทย์

ร้อยไหมเจ็บไหม — คำตอบสั้น ๆ

ความกลัวเจ็บเป็นเหตุผลอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คนลังเล แต่ความจริงคือ ร้อยไหมเป็นหัตถการที่ควบคุมความเจ็บได้ดี เพราะทำภายใต้การระงับความรู้สึกเฉพาะที่ ความรู้สึกจึงแยกได้เป็น 2 ช่วงที่ต่างกันชัดเจน:

  • ระหว่างทำ — เมื่อยาชาออกฤทธิ์แล้ว จะรู้สึกเพียงตื้อ ๆ หรือมีแรงกด-แรงดึง ไม่ใช่ความเจ็บแบบมีคม
  • หลังทำ — เป็นอาการระบม ตึงรั้ง และตื้อ ๆ คล้ายกล้ามเนื้อล้า มากกว่าจะเป็นความปวดเฉียบ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่ใช้ชีวิตได้

โดยสรุป คนส่วนใหญ่ให้คะแนนความเจ็บระหว่างทำอยู่ในระดับ ต่ำถึงปานกลาง และมักบอกว่า “เจ็บน้อยกว่าที่คิดไว้มาก” สิ่งที่รู้สึกได้ชัดที่สุดมักเป็นตอนฉีดยาชาช่วงแรกเท่านั้น

ระหว่างทำเจ็บแค่ไหน และระงับความรู้สึกอย่างไร

ก่อนเริ่มร้อยไหม แพทย์จะระงับความรู้สึกบริเวณที่ทำเป็นลำดับขั้น เพื่อให้ตลอดหัตถการสบายที่สุด:

  • ทายาชาแบบทา (Topical) — ทาบริเวณผิวและทิ้งไว้ราว 30-45 นาทีให้ออกฤทธิ์ เพื่อลดความรู้สึกของผิวชั้นบนก่อนฉีดยาชา
  • ฉีดยาชาเฉพาะที่แบบ Block Nerve — ฉีดยาชาให้ครอบคลุมทุกจุดที่จะร้อยไหมเพื่อให้ชาเต็มที่ ขั้นนี้คือช่วงที่รู้สึกแปลบเล็กน้อยช่วงสั้น ๆ
  • Penthrox (เสริมสำหรับคนกลัวเข็มหรือกังวลมาก) — ยาสูดดมบรรเทาความเจ็บ ช่วยให้ผ่อนคลายและลดการรับรู้ความเจ็บ เลือกใช้เพิ่มได้ในคนที่กังวลเป็นพิเศษ
  • ระหว่างร้อยไหม — เมื่อชาแล้วจะรู้สึกเพียงตื้อ ๆ มีแรงกดหรือแรงดึงตอนยกเนื้อเยื่อ แต่ไม่เจ็บแบบมีคม

สำคัญคือ ร้อยไหมไม่ต้องดมยาสลบ คนไข้รู้สึกตัวและสื่อสารกับแพทย์ได้ตลอด หากรู้สึกไม่สบายตรงไหนสามารถบอกแพทย์เพื่อเสริมยาชาได้ทันที ทำให้ควบคุมความเจ็บได้ดีและปลอดภัยกว่าการต้องวางยาสลบ นอกจากนี้ยาชาทายังแยกกระปุกเฉพาะบุคคล 1 คนต่อ 1 กระปุก ไม่ใช้ร่วมกัน เพื่อความสะอาดและปลอดภัย

ระดับความเจ็บในแต่ละขั้นตอน

เพื่อให้เห็นภาพชัด นี่คือความรู้สึกในแต่ละช่วงของการทำ เรียงจากเริ่มจนเสร็จ:

  • ตอนทายาชา — ไม่เจ็บ รู้สึกเย็น ๆ บนผิวเท่านั้น
  • ตอนฉีดยาชา — รู้สึกได้มากที่สุด แปลบสั้น ๆ คล้ายมดกัด เป็นช่วงวินาที แล้วบริเวณนั้นจะค่อย ๆ ชา
  • ตอนสอดไหม — เมื่อชาแล้วมักรู้สึกเพียงตื้อ ๆ หรือสัมผัสได้ว่ามีการเคลื่อนใต้ผิว แต่ไม่เจ็บ
  • ตอนดึงยก (Lift) — รู้สึกเป็นแรงดึง-แรงตึงมากกว่าความเจ็บ บางคนรู้สึกตื้อ ๆ บริเวณที่ยก
  • หลังยาชาหมดฤทธิ์ — เริ่มมีอาการระบม-ตึงรั้ง ซึ่งดูแลด้วยยาแก้ปวดได้

ทั้งหมดนี้แตกต่างกันได้ในแต่ละคนตามความไวต่อความเจ็บและขอบเขตที่ทำ แต่ภาพรวมคือ ความเจ็บกระจุกอยู่ที่ช่วงฉีดยาชาเป็นหลัก ไม่ใช่ตลอดการทำ

หลังทำเจ็บไหม ปวดกี่วัน

หลังยาชาหมดฤทธิ์ อาการที่พบส่วนใหญ่เป็น ความระบม ตึงรั้ง และตื้อ ๆ คล้ายเพิ่งออกกำลังกล้ามเนื้อใบหน้า ไม่ใช่ความปวดเฉียบรุนแรง ไทม์ไลน์โดยทั่วไปเป็นดังนี้:

  • วันที่ 1-3 — ระบมและตึงรั้งชัดที่สุด อาจรู้สึกตึงเวลาอ้าปากหรือเคี้ยว ดูแลด้วยยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง
  • วันที่ 4-7 — อาการระบมลดลงชัดเจน เริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้สบายขึ้น
  • สัปดาห์ที่ 2 — ความตึงรั้งเหลือน้อย ส่วนใหญ่แทบไม่รู้สึกปวดแล้ว

ความรู้สึกตึงตอนอ้าปากกว้างหรือเคี้ยวของแข็งอาจอยู่ได้ราว 1-2 สัปดาห์ แล้วค่อย ๆ นุ่มลงเองเมื่อเนื้อเยื่อปรับตัวกับแนวไหม โดยสรุป “ปวด” จริง ๆ มักอยู่ไม่กี่วันแรก ที่เหลือเป็นเพียงความตึงที่ลดลงเรื่อย ๆ

เจ็บแบบไหนปกติ แบบไหนควรปรึกษาแพทย์

การแยกอาการปกติออกจากสัญญาณเตือน ช่วยให้คุณอุ่นใจและปลอดภัยขึ้น

อาการที่พบได้ ไม่ต้องตกใจ:

  • ระบม ตึงรั้ง ตื้อ ๆ บริเวณที่ทำในช่วงแรก
  • ตึงเวลาอ้าปากกว้างหรือเคี้ยว ค่อย ๆ ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์
  • คลำเจอแนวไหมหรือรู้สึกเป็นไตใต้ผิว นุ่มลงเองเมื่อเวลาผ่านไป
  • เจ็บแปลบเล็กน้อยเป็นจังหวะเมื่อขยับ ลดลงตามวัน

อาการที่ควรรีบติดต่อแพทย์:

  • ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ แทนที่จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามวัน
  • บวมแดง ร้อน ผิดปกติบริเวณที่ทำ
  • มีหนองหรือของเหลวไหล จากรูเข็ม
  • มีไข้ หลังทำ
  • ปวดจี๊ดร้าวต่อเนื่อง หรือชาผิดปกติที่ไม่ดีขึ้น

สัญญาณเหล่านี้พบได้น้อยมาก แต่ควรให้แพทย์ผู้ทำประเมินเพื่อความปลอดภัย ที่ Sylva Clinic หมอเก่งและทีมติดตามอาการหลังทำให้ทุกเคส หากมีข้อกังวลสามารถทักไลน์เข้ามาสอบถามได้ตลอด อ่านเพิ่มเรื่องความเสี่ยงและผลข้างเคียงได้ที่บทความ ร้อยไหมอันตรายไหม

ปัจจัยที่ทำให้เจ็บมากหรือน้อย

ความเจ็บไม่เท่ากันในแต่ละคน เพราะขึ้นกับหลายปัจจัย:

  • ความไวต่อความเจ็บของแต่ละคน — เกณฑ์ความเจ็บ (Pain Threshold) ต่างกันโดยธรรมชาติ
  • จำนวนเส้นและขอบเขตที่ทำ — ทำหลายตำแหน่งหรือหลายเส้นย่อมระบมมากกว่า
  • ตำแหน่งและชั้นผิวที่ร้อย — บางบริเวณไวต่อความรู้สึกมากกว่าบริเวณอื่น
  • ความแม่นยำของการระงับความรู้สึก — การวางยาชาให้ครอบคลุมและทั่วถึงมีผลต่อความสบายระหว่างทำ
  • ประสบการณ์และเทคนิคของแพทย์ — การวางแนวไหมแม่นยำลดการบาดเจ็บเนื้อเยื่อที่ไม่จำเป็น
  • ความกังวลและความเครียด — ยิ่งเกร็งยิ่งรู้สึกไวต่อความเจ็บ การผ่อนคลายช่วยได้จริง

วิธีลดความเจ็บและจัดการอาการปวด

ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังทำ มีหลายอย่างที่ช่วยให้เจ็บน้อยลงและฟื้นตัวสบายขึ้น:

  • ก่อนทำ — พักผ่อนให้พอและงดแอลกอฮอล์ ช่วยลดการช้ำและบวม
  • แจ้งแพทย์เรื่องยา/อาหารเสริม ที่ทำให้เลือดออกง่าย เพื่อประเมินก่อนทำ
  • ผ่อนคลายระหว่างทำ หายใจช้า ๆ ไม่เกร็ง บอกแพทย์ได้ทันทีหากรู้สึกไม่สบาย
  • ทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง อย่างเคร่งครัด ไม่ซื้อยาเองโดยไม่ปรึกษา
  • ประคบเย็นเบา ๆ ในช่วง 1-2 วันแรก ช่วยลดระบมและบวม
  • นอนหงายหนุนหมอนสูง และเลี่ยงเคี้ยวของแข็ง-อ้าปากกว้างในช่วงแรก
  • เลี่ยงอาหารรสเค็มจัดและแอลกอฮอล์ ซึ่งทำให้บวมและระบมมากขึ้น

ดูคำแนะนำการดูแลตัวเองหลังทำแบบละเอียดวันต่อวันได้ที่บทความ ร้อยไหมกี่วันเข้าที่ Timeline หลังทำ

เทียบความเจ็บกับหัตถการอื่น

หลายคนอยากรู้ว่าร้อยไหมเจ็บกว่าหรือน้อยกว่าหัตถการที่คุ้นเคย เทียบคร่าว ๆ ได้ดังนี้ (ความรู้สึกต่างกันได้ในแต่ละคน):

  • เทียบกับฉีดฟิลเลอร์ — ความเจ็บตอนทำใกล้เคียงกัน เพราะทั้งคู่ใช้ยาชา ร้อยไหมอาจมีความระบม-ตึงรั้งหลังทำชัดกว่าเล็กน้อยเพราะมีการยกเนื้อเยื่อ
  • เทียบกับ Ulthera/HIFU — Ulthera ใช้พลังงานความร้อนทำให้รู้สึกร้อนจี๊ดเป็นจังหวะระหว่างยิง ร้อยไหมระงับความรู้สึกด้วยยาชาจึงรู้สึกได้น้อยกว่าระหว่างทำ แต่ร้อยไหมจะมีอาการระบมหลังทำมากกว่า
  • เทียบกับการผ่าตัดดึงหน้า — ร้อยไหมเจ็บและพักฟื้นน้อยกว่าการผ่าตัดมาก เพราะไม่ต้องลงมีดและไม่ต้องดมยาสลบ

อ่านการเปรียบเทียบกลไกและความเหมาะสมของแต่ละหัตถการแบบเต็มได้ที่ ร้อยไหม vs Ulthera vs ฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร

เทคนิคที่ดีช่วยให้เจ็บน้อยลงไหม

Vertical Lift 90° เป็นเทคนิคการร้อยไหมเฉพาะของหมอเก่ง ที่เน้น การวางแนวแรงยก (Vector) ให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าแต่ละคน และเลือกชั้นผิวที่ร้อยอย่างแม่นยำ หัวใจอยู่ที่การออกแบบแผนการยกเป็นรายบุคคล ไม่ใช่ร้อยตามแพ็กเกจสำเร็จรูป

เราไม่เคลม ว่าเทคนิคนี้ทำให้ “ไม่เจ็บเลย” เพราะความระบม-ตึงรั้งหลังทำเป็นการตอบสนองตามธรรมชาติของร่างกายต่อหัตถการ แต่การระงับความรู้สึกที่ครอบคลุม การวาง Vector ที่ถูกทิศ และการเลือกชั้นผิวที่เหมาะสม ช่วยลดการดึงผิดแนวและการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อที่ไม่จำเป็น ซึ่งเป็นพื้นฐานของประสบการณ์ที่สบายขึ้นและการฟื้นตัวที่ราบรื่น

อ่านรายละเอียดเทคนิคและกายวิภาคเบื้องหลังได้ที่บทความ ร้อยไหมเทคนิค Vertical Lift 90° คืออะไร

คำถามที่พบบ่อย

ร้อยไหมเจ็บไหม?

ระหว่างทำแทบไม่รู้สึกเจ็บเพราะระงับความรู้สึกด้วยยาชาเฉพาะที่ก่อน ขั้นที่รู้สึกได้มากสุดคือตอนฉีดยาชาที่จะแปลบสั้น ๆ เมื่อชาแล้วจะรู้สึกเพียงตื้อ ๆ หรือมีแรงกด หลังทำมีอาการระบม-ตึงรั้งได้บ้างแต่โดยทั่วไปไม่ถึงกับปวดทรมาน

ร้อยไหมต้องดมยาสลบไหม?

ไม่ต้องดมยาสลบ ใช้เพียงการระงับความรู้สึกเฉพาะที่ คนไข้รู้สึกตัวตลอดและสื่อสารกับแพทย์ได้ เสร็จแล้วกลับบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องนอนพักในคลินิก

ร้อยไหมปวดกี่วัน?

อาการระบม-ตึงรั้งชัดที่สุด 2-3 วันแรก จากนั้นค่อย ๆ ดีขึ้นและส่วนใหญ่ทุเลามากภายใน 1 สัปดาห์ ความตึงเวลาอ้าปาก/เคี้ยวอาจมีราว 1-2 สัปดาห์แล้วนุ่มลงเอง หากปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ควรรีบติดต่อแพทย์

ดูผลลัพธ์ก่อน-หลังจากเคสจริงได้ที่หน้า รีวิวร้อยไหม และอ่านขั้นตอน-การดูแลเพิ่มเติมได้ที่ คำถามที่พบบ่อย

อ่านต่อ
— ปรึกษาหมอเก่ง

กลัวเจ็บ? คุยกับทีมแพทย์ก่อนตัดสินใจ

ทักไลน์เพื่อสอบถามขั้นตอน การระงับความรู้สึก และประเมินเคสเบื้องต้นกับทีมแพทย์โดยตรง